You are currently viewing ผลวิจัยชี้ “เดินเพียง 3,000 ก้าว” ต่อวัน อาจช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ถึง 3 ปี

ผลวิจัยชี้ “เดินเพียง 3,000 ก้าว” ต่อวัน อาจช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ถึง 3 ปี

ผลการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine ซึ่งระบุว่าผู้สูงอายุอาจสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์และชะลอการถดถอยของสมองได้ ด้วยการเดินเพียง 3,000 ถึง 5,000 ก้าวต่อวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทำได้ง่ายกว่าคำแนะนำเดิมๆ ที่มักตั้งไว้สูงถึง 10,000 ก้าว

รายละเอียดการศึกษา ทีมวิจัยจากโรงพยาบาล Mass General Brigham และคณะแพทยศาสตร์ Harvard Medical School ได้วิเคราะห์ข้อมูลของผู้เข้าร่วมโครงการ “Harvard Aging Brain Study” จำนวนเกือบ 300 คน อายุระหว่าง 50-90 ปี โดยมีการติดตามผลเฉลี่ยยาวนานถึง 9 ปี ทีมวิจัยใช้วิธีการสแกนสมอง (PET scans) เพื่อตรวจวัดระดับโปรตีน “เบต้า-อะไมลอยด์” (Amyloid-beta) และ “เทา” (Tau) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์

ผลการค้นพบที่สำคัญ

  1. 3,000 ก้าว คือจุดเปลี่ยน: ผู้ที่เดินน้อยกว่า 3,000 ก้าวต่อวันและมีระดับโปรตีนอะไมลอยด์ในสมองสูง จะมีอัตราการถดถอยของสมองเร็วที่สุด

  2. ชะลอสมองเสื่อม: กลุ่มที่เดินระหว่าง 3,000 – 5,000 ก้าวต่อวัน สามารถชะลอภาวะสมองเสื่อมได้เฉลี่ย 3 ปี

  3. เดินมาก ยิ่งได้ผลมาก: ผู้ที่เดินได้ 5,000 – 7,500 ก้าวต่อวัน พบว่าสามารถชะลอภาวะสมองเสื่อมได้นานถึง 7 ปี

นัยสำคัญทางการแพทย์ พญ. Wai-Ying Wendy Yau หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า ข้อค้นพบนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายในระดับ “ปานกลาง” ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ก็เพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสุขภาพสมองได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเสมอไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสะสมโปรตีนอัลไซเมอร์ในสมองอยู่แล้ว การขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดการสะสมของโปรตีน Tau และชะลออาการได้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุให้ความเห็นเสริมว่า งานวิจัยนี้ช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว เพราะการตั้งเป้าหมายที่ 3,000 ก้าวนั้น “ทำได้จริง” และไม่กดดันจนเกินไปเมื่อเทียบกับเป้าหมายหมื่นก้าวแบบเดิม